ข้อความ
"การทำสิ่งใดก็ตาม ต้องใช้ใจจริง" พ่อแม่ของสือเจินอธิบายความหมายชื่อของเขาไว้เช่นนี้
กิจการบรรพบุรุษหนึ่งร้าน หัวใจซื่อสัตย์หนึ่งดวง ชายหนุ่มจากเจียงหนานผู้นี้ เคยเป็นพ่อค้าที่เพื่อนบ้านต่างยกย่องชื่นชม
น่าเสียดาย เว่ยยางเฉิงหมายตาธุรกิจของสือเจิน
เงินที่คนธรรมดาหาได้ เว่ยยางเฉิงย่อมหาได้เช่นกัน และหากเว่ยยางเฉิงหาได้ ก็จะไม่ยอมปล่อยให้คนธรรมดาหา
สูญเสียหนทางทำมาหากิน เขาได้แต่ทยอยขายข้าวของทีละชิ้น จนเหลือเพียงเสื้อผ้าขาดวิ่นติดตัว เขาตกอับอยู่ข้างถนน แย่งอาหารกับสุนัข เฉียดตายหลายครั้ง เขาไม่อาจคำนึงถึงศักดิ์ศรีที่เคยมีอีกต่อไป เขาแค่อยากมีชีวิตอยู่ เขาแย่งชิงจากคนหลายสิบคน คว้าหยกเจวี๋ยที่ตงเชวี่ยกงจื่อโยนออกมาได้ ไม่สนเลือดที่ไหลลงมาบังสายตา เขายกหยกเจวี๋ยนั้นขึ้นสูง เขารู้ว่าหยกเจวี๋ยนั้นจะทำให้เขากลับมาผงาดได้อีกครั้ง เขาไม่รังเกียจว่ามันเป็นหยกเจวี๋ยของศัตรู แม้กระทั่ง...เขาก้าวเข้าสู่เว่ยยางเฉิง
เมื่อเวินอู๋เหินถามชื่อของเขา เขานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วบอกว่าเขาชื่อสือเจิ้น เขารู้สึกว่าที่ผ่านมาตนเองใช้ชีวิตผิดมาตลอด ใจจริงใจแท้ล้วนไร้ค่า หากคนอื่นเป็นพิษ เขาจะยิ่งเป็นพิษกว่า เขาต้องเริ่มชีวิตใหม่ เขาต้องเป็นคนที่นั่งบนรถม้าทองคำแล้วโยนหยกเจวี๋ยลงมา เขาต้องการให้ทุกคนจับจ้องมองเขา ดั่งมองเทพเจ้า
เขาทำได้สำเร็จ ในที่สุดเขาได้เห็นตงเชวี่ยกงจื่อผู้สูงส่งนั้นตกลงไปในน้ำราวกับก้อนโคลน แต่เวินอู๋เหินกลับยังคงดูถูกเขาอยู่
ขุนนางเจ้าขุนมูลนายจะมีชาติกำเนิดสูงส่งกว่ากันหรือ? ทำไมตระกูลเวินถึงเป็นเทพแห่งทรัพย์สืบต่อกันรุ่นแล้วรุ่นเล่า เขาไม่ยอมรับ
เขาขโมยตำราวิทยายุทธ์ลับของเว่ยยางเฉิง ตามหาเจ้าของซิ่วจินโหลว และได้รับตัวตนใหม่สองอย่าง
เสวียนหลินจ่างซือแห่งซิ่วจินโหลว และผู้พิพากษาแห่งไคเฟิงฝู่
สองตัวตนนี้ เพียงพอที่จะทำให้เขากลายเป็นเทพแห่งทรัพย์คนใหม่ของแผ่นดิน