ข้อความ

หานทงนั่งอยู่ในห้องหนังสือเพียงลำพัง กำลังเขียนจดหมาย ความคิดของเขาล่องลอยไปมา อดีตจักรพรรดิเสด็จสวรรคต เจ้าชายองค์เยาว์ขึ้นครองราชย์ ทิศทางของเปี้ยนเหลียงยิ่งมืดมน ในตรอกซอกซอยของเมือง มีข่าวลือเกี่ยวกับตำแหน่งผู้ตรวจการหน้าพระราชวังทั้งในที่แจ้งและที่ลับ หานทงไม่อยากขุดคุ้ยเรื่องพวกนี้ แต่สัญชาตญาณที่สั่งสมมาจากการนำทัพครึ่งชีวิตบอกเขาว่า วันนี้เงียบเกินไป เงียบจนต้องระวังตัว กล่องไม้ข้างตัวเปิดอยู่ครึ่งหนึ่ง หมวกเกราะเก่าของเขานอนนิ่งอยู่ที่ก้นกล่อง ลูกชายคนรองของเขา หานโส่วเลี่ยง กลับมาที่เมืองหลวงแล้ว เขาลอบกลับมาจากเจียงหนาน และกลายเป็นหัวหน้าหมู่บ้านเยี่ยนเล่อฟางในฟ่านโหลว แม้จะอยู่ในเมืองหลวง แต่หานทงไม่เคยไปฟ่านโหลวเลยสักครั้ง หนึ่งคือไม่อยากเปิดเผยตัวตนของลูกชายที่เป็นสายลับ และสองคือ ครอบครัวหานที่ดื่มเลือดและง้างธนู ไม่เคยชินกับสถานที่ที่เต็มไปด้วยการต้อนรับและเสียงดนตรี ข้างนอกมีข่าวลือว่าหัวหน้าหมู่บ้านหานเก่งทั้งขลุ่ยและพิณ เป็นอัจฉริยะด้านดนตรี ทุกครั้งที่หานทงได้ยิน เขาเพียงแค่หัวเราะเยาะเบาๆ แต่ในยามดึก มือที่กำลังขัดเกราะของเขาก็หยุดชะงัก บางทีเมื่อกระแสลมชั่วร้ายในเมืองสงบลง หากเจ้าหนุ่มนั่นรู้จักกฎเกณฑ์และกลับบ้านอย่างปลอดภัย... บางทีเขาอาจจะยอมให้เป่าดนตรีไร้สาระสักเพลง แค่เพลงเดียว “ท่านแม่ทัพ! จดหมายด่วน!” เสียงร้องของคนรับใช้ดังขึ้นอย่างกะทันหัน หานทงรับกระดาษข้อความมา ใบหน้าของเขาเปลี่ยนสีราวกับถูกฟ้าผ่า โต๊ะล้มลงด้วยแรงเตะอย่างแรง ท่านแม่ทัพหยิบมีดแล้วพุ่งออกไปทันที— เขารีบจนลืมสวมเกราะ และลืมกล่องไม้ที่เปิดอยู่ครึ่งหนึ่ง หมวกเกราะที่เคยอาบเลือดร่วมกับเขามาหลายปี ต้องพลาดการต่อสู้ครั้งสุดท้ายของเขาไป