ข้อความ

ริมทางมักมีสัมภาระไร้เจ้าของอยู่เสมอ มีนักปราชญ์คนหนึ่งตั้งใจเดินทางไปฉางอันเพื่อสอบจอหงวน ทันใดนั้นเขาเห็นใต้ต้นหวงฮวาเก่าแก่ริมทาง มีสัมภาระผ้าสีซีดวางอยู่ มันพองตัวเต็มที่แต่กลับไม่มีเจ้าของ รอบๆ มีฝูงหมาป่าล้อมอยู่ แต่ไม่มีตัวใดกล้าเข้าใกล้ ด้วยจิตใจที่เมตตา เขากลัวว่าเจ้าของจะกลับมาหา จึงหยิบสัมภาระขึ้นมา ถือไว้ในมือ เขารู้สึกว่ามันอุ่นเล็กน้อย และเหมือนมีเสียงสะอื้นเบาๆ ดังออกมา สัมภาระไม่ได้หนัก แต่กลับเหมือนติดแน่นกับฝ่ามือของเขา เมื่อถึงยามค่ำคืน เขาเข้าพักที่โรงเตี๊ยมและพยายามเปิดสัมภาระดู แต่เชือกที่ผูกปากถุงกลับรัดแน่นขึ้นเหมือนมีชีวิต เขาสังเกตใต้แสงโคมไฟ พบว่าผ้าหุ้มสัมภาระนั้นเก่าและมีกลิ่นคาวของสนิมเหล็กและดินเก่าที่ไม่จางหายไป ในความฝัน นักปราชญ์เห็นร่างกายที่สวมเกราะและบาดเจ็บหนัก กำลังคลานอย่างเซถลาอยู่ในกองศพและทะเลเลือด พร้อมกับพูดพึมพำว่า “กลับบ้าน” เขาสะดุ้งตื่นขึ้น พบว่าสัมภาระในมือร้อนจัด และมีของเหลวเหนียวไหลออกมาจากรอยผ้าซึมลงตามนิ้วมือ เขารู้สึกว่าครึ่งหนึ่งของร่างกายชา เมื่อมองกระจก เขาพบว่าท่อนแขนซ้ายของเขากลายเป็นเหมือนควันและหมอก และเริ่มโปร่งใสขึ้นเรื่อยๆ สามวันต่อมา สัมภาระเปิดออกเอง ภายในไม่มีอะไรเลย นอกจากกลิ่นคาวเลือดและสนิมเหล็กที่รุนแรง นักปราชญ์หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย เหลือเพียงสัมภาระผ้าสีซีดที่วางอยู่บนเตียงในโรงเตี๊ยม มันพองตัวเหมือนเดิม และเชือกที่ผูกปากถุงคลายออกเหมือนมีคนเพิ่งแกะมันออกด้วยมือ เสียงลมพัดผ่านประตูดังเหมือนเสียงร้องไห้ และเสียงเกราะดังแว่วไกลออกไปเรื่อยๆ